แฮนดิแคป 1.5 คือ ราคาบอลรูปแบบหนึ่งที่พบได้บ่อยในการเดิมพันฟุตบอล โดยเฉพาะคู่ที่มีทีมหนึ่งถูกมองว่าเหนือกว่าอีกทีมพอสมควร ราคานี้มักทำให้หลายคนสับสนในช่วงแรก เพราะทีมที่ชนะจริงในสนามอาจไม่ได้ทำให้คนเลือกฝั่งนั้นชนะเดิมพันเสมอไป ทุกอย่างต้องดูว่าผลการแข่งขันเมื่อนำแต้มต่อ 1.5 เข้าไปคิดแล้วออกมาเป็นอย่างไร
จุดสำคัญของ แฮนดิแคป 1.5 อยู่ที่การแยกให้ชัดระหว่างทีมต่อกับทีมรอง หากเข้าใจว่าฝั่งทีมต่อกำลังรับเงื่อนไขแบบไหน และฝั่งทีมรองได้แต้มช่วยอย่างไร การดูราคานี้จะง่ายขึ้นมาก เพราะเป็นราคาที่ไม่มีผลเจ๊าเงินคืน ตัดสินได้หรือเสียไปเลยหลังจบเกม
แฮนดิแคป 1.5 คือ ราคาบอลแบบไหน
แฮนดิแคป 1.5 คือ ราคาบอลที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า “ราคาลูกครึ่ง” โดยทีมต่อจะอยู่ที่ราคา -1.5 ส่วนทีมรองจะอยู่ที่ราคา +1.5 เมื่อนำไปคิดกับผลจริงหลังจบเกม ทีมต่อจะถูกหักออก 1.5 ประตู ส่วนทีมรองจะได้รับแต้มบวก 1.5 ประตูเข้าไปช่วยในการตัดสินผลเดิมพัน
ถ้าเห็นราคาแบบ ทีม A -1.5 พบ ทีม B +1.5 หมายความว่า ทีม A เป็นทีมต่อ และทีม B เป็นทีมรอง การเลือกทีมต่อไม่ได้หมายความว่าแค่ทีม A ชนะแล้วจะได้ทันที แต่ต้องดูว่าชนะขาดพอหรือไม่ ส่วนการเลือกทีมรองก็ไม่ได้แปลว่าทีม B ต้องชนะจริงเท่านั้น เพราะหากทีมรองแพ้ไม่ขาด หรือทำผลงานได้ดีกว่าราคาที่เปิดไว้ ก็ยังมีโอกาสชนะเดิมพันได้
แฮนดิแคป 1.5 ทีมต่อต้องดูอะไร
แฮนดิแคป 1.5 ฝั่งทีมต่อ ต้องดูว่าทีมต่อมีโอกาสชนะขาดมากแค่ไหน เพราะราคา -1.5 ไม่ได้วัดแค่ผลแพ้ชนะธรรมดา แต่ต้องการให้ทีมต่อยิงห่างมากกว่าหนึ่งประตู หากทีมต่อชนะแค่ลูกเดียว แม้จะชนะจริงในสนาม แต่ฝั่งต่อจะไม่ชนะเดิมพันในราคานี้
ตัวอย่างเช่น ทีมต่อ -1.5 ชนะจริง 1-0 ผลนี้ยังไม่พอสำหรับฝั่งต่อ เพราะเมื่อคิดตามราคาแล้วทีมต่อชนะไม่ขาด แต่ถ้าทีมต่อชนะ 2-0, 3-1 หรือ 4-2 ผลเหล่านี้จะทำให้ฝั่งต่อได้เดิมพัน เพราะเป็นการชนะห่างตั้งแต่ 2 ลูกขึ้นไป ราคานี้จึงเหมาะกับการมองภาพเกมว่าทีมต่อมีโอกาสกดดันต่อเนื่อง ยิงประตูเพิ่ม และปิดเกมด้วยสกอร์ที่ชัดเจนหรือไม่
แฮนดิแคป 1.5 ทีมรองได้เปรียบตรงไหน
ทีมรองในราคาแฮนดิแคป 1.5 จะได้แต้มบวก +1.5 ซึ่งช่วยให้ฝั่งรองมีพื้นที่มากขึ้นในการลุ้นผลเดิมพัน ทีมรองไม่จำเป็นต้องชนะจริงในสนามเสมอไป ขอเพียงไม่แพ้ขาดเกินราคาที่กำหนดไว้ ก็ยังมีโอกาสเป็นฝ่ายได้ในเดิมพันนี้
เช่น หากเลือกทีมรอง +1.5 แล้วทีมรองแพ้ 0-1 ฝั่งรองยังได้เดิมพัน เพราะแพ้แค่ลูกเดียว เมื่อบวกแต้มต่อเข้าไปแล้วผลยังอยู่ในเงื่อนไขที่ดีของทีมรอง แต่ถ้าทีมรองแพ้ 0-2 หรือ 1-3 ฝั่งรองจะเสียเดิมพัน เพราะแพ้ห่างเกินกว่าที่แต้มบวก 1.5 จะช่วยได้ ดังนั้นการเลือกทีมรองราคานี้ต้องดูว่าทีมรองมีเกมรับแน่นพอไหม เสียประตูยากแค่ไหน และมีโอกาสทำให้เกมไม่ขาดหรือเปล่า
ตัวอย่างแฮนดิแคป 1.5 ดูผลแพ้ชนะง่าย ๆ
วิธีดูแฮนดิแคป 1.5 ให้เข้าใจง่ายที่สุดคือเริ่มจากดูว่าทีมไหนเป็นทีมต่อ จากนั้นนำผลจริงหลังจบเกมมาเทียบกับราคา หากทีมต่อชนะห่าง 2 ลูกขึ้นไป ฝั่งต่อได้ แต่ถ้าทีมต่อชนะเพียง 1 ลูก เสมอ หรือแพ้ ฝั่งรองจะได้ทันที
สมมติราคาเป็น เจ้าบ้าน -1.5 พบ ทีมเยือน +1.5 ผลเดิมพันจะออกได้ตามตัวอย่างนี้
| ผลการแข่งขัน | เลือกเจ้าบ้าน -1.5 | เลือกทีมเยือน +1.5 |
| เจ้าบ้านชนะ 3-0 | ได้ | เสีย |
| เจ้าบ้านชนะ 2-0 | ได้ | เสีย |
| เจ้าบ้านชนะ 2-1 | เสีย | ได้ |
| เจ้าบ้านชนะ 1-0 | เสีย | ได้ |
| เสมอ 1-1 | เสีย | ได้ |
| เจ้าบ้านแพ้ 0-1 | เสีย | ได้ |
จากตารางจะเห็นว่า แฮนดิแคป 1.5 ไม่ได้ถามแค่ว่าทีมต่อชนะหรือไม่ แต่ถามว่าทีมต่อชนะขาดพอหรือเปล่า ถ้าชนะไม่ถึงระยะของราคา ฝั่งรองจะเป็นฝ่ายได้ แม้ผลจริงทีมรองจะแพ้ในสนามก็ตาม
ตัวอย่างเมื่อเลือกทีมต่อ -1.5
หากเลือกทีมต่อ -1.5 เช่น อังกฤษ -1.5 พบ ทีมรอง หมายความว่าคุณมองว่าอังกฤษมีโอกาสชนะขาดมากกว่าหนึ่งลูก หากผลจริงออกมาเป็นอังกฤษชนะ 2-0, 3-1 หรือ 4-0 ฝั่งทีมต่อจะเป็นฝ่ายได้ เพราะสกอร์ห่างตั้งแต่ 2 ลูกขึ้นไป
แต่ถ้าผลจริงอังกฤษชนะเพียง 1-0 หรือ 2-1 ฝั่งทีมต่อจะเสียเดิมพันทันที แม้อังกฤษจะชนะจริงในสนามก็ตาม จุดนี้เป็นสิ่งที่ต้องจำให้ชัด เพราะราคา -1.5 ไม่ได้ให้รางวัลกับการชนะเฉือน แต่ต้องชนะให้ขาดตามเงื่อนไขของราคาเท่านั้น
ตัวอย่างเมื่อเลือกทีมรอง +1.5
หากเลือกทีมรอง +1.5 เช่น ทีมรอง +1.5 พบ อังกฤษ หมายความว่าคุณมองว่าทีมรองจะไม่แพ้ขาด หรือยังพอประคองเกมให้อยู่ในระยะได้ หากผลจริงทีมรองแพ้ 0-1, แพ้ 1-2, เสมอ 1-1 หรือชนะจริงในสนาม ฝั่งทีมรองจะได้เดิมพัน
แต่ถ้าทีมรองแพ้ 0-2, 1-3 หรือแพ้ห่างมากกว่านั้น ฝั่งทีมรองจะเสียเดิมพัน เพราะแต้มบวก 1.5 ไม่เพียงพอที่จะช่วยผลหลังคิดราคาแล้ว การเลือกทีมรองในราคานี้จึงเหมาะกับมุมที่มองว่าทีมรองอาจไม่ได้เหนือกว่า แต่มีโอกาสสู้ได้ดี แพ้ยาก หรือไม่ปล่อยให้เกมไหลจนสกอร์ขาด
แฮนดิแคป 1.5 มีเจ๊าเงินคืนไหม
แฮนดิแคป 1.5 ไม่มีเจ๊าเงินคืน เพราะเป็นราคาที่มีแต้มครึ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อคิดผลเดิมพันแล้วจะไม่มีทางออกมาเท่ากันพอดีเหมือนราคาเต็มลูก ผลจึงตัดสินเป็นได้หรือเสียไปเลยหลังจบเกม
ตัวอย่างเช่น หากทีมต่อ -1.5 ชนะ 1-0 ฝั่งต่อจะเสีย ไม่ใช่เจ๊าเงินคืน เพราะทีมต่อชนะไม่ขาดตามราคา แต่ถ้าชนะ 2-0 ฝั่งต่อจะได้ทันที ราคานี้จึงดูผลไม่ยากเมื่อเข้าใจหลัก เพราะไม่มีจังหวะต้องรอดูว่าคืนทุนหรือไม่เหมือนราคาต่อ 1 ลูก หรือราคาต่อ 2 ลูก
แฮนดิแคป 1.5 ต่างจากราคา 1 ลูกอย่างไร
แฮนดิแคป 1.5 ต่างจากราคา 1 ลูกตรงที่ราคา 1 ลูกยังมีโอกาสเจ๊าเงินคืนได้ หากทีมต่อชนะพอดี 1 ประตู เช่น ทีมต่อ -1 ชนะ 1-0 ผลลักษณะนี้มักเป็นการคืนทุนตามเงื่อนไขราคา แต่ถ้าเป็นทีมต่อ -1.5 แล้วชนะ 1-0 ฝั่งทีมต่อจะเสียเดิมพันทันที
ความต่างนี้ทำให้ราคา 1.5 มีความชัดเจนกว่าในแง่ผลลัพธ์ แต่ก็มีความเสี่ยงสำหรับฝั่งทีมต่อมากขึ้น เพราะต้องลุ้นให้ชนะขาด ส่วนฝั่งทีมรอง +1.5 จะได้พื้นที่มากกว่า เพราะแพ้แค่ 1 ลูกยังอยู่ในเงื่อนไขที่ดีของฝั่งรอง ดังนั้นก่อนเลือกเดิมพันควรดูให้ชัดว่าเกมนั้นทีมต่อมีโอกาสยิงขาดจริงหรือไม่ ไม่ใช่แค่ดูว่าทีมต่อมีโอกาสชนะมากกว่าเท่านั้น
จุดที่ควรดูก่อนเดิมพันแฮนดิแคป 1.5
ก่อนเดิมพันแฮนดิแคป 1.5 สิ่งแรกที่ควรดูคือรูปแบบการเล่นของทีมต่อ ทีมต่อเป็นทีมที่ยิงประตูต่อเนื่องหรือไม่ มีเกมรุกคมพอจะปิดเกมขาดหรือเปล่า และเวลาเจอทีมระดับรองลงมา มักชนะขาดหรือชนะเฉือน หากเป็นทีมที่ครองบอลเยอะ แต่ยิงได้น้อย หรือชอบผ่อนเกมหลังขึ้นนำ การต่อ -1.5 อาจต้องคิดให้ละเอียดขึ้น
ฝั่งทีมรองก็สำคัญไม่แพ้กัน ต้องดูว่าทีมรองเสียประตูง่ายหรือไม่ เกมรับแน่นแค่ไหน และเมื่อเจอทีมใหญ่เคยแพ้ขาดบ่อยหรือเปล่า หากทีมรองเป็นทีมที่เล่นรัดกุม รับลึกเป็นระบบ หรือมีจังหวะสวนกลับที่ทำให้ทีมต่อเล่นลำบาก ราคา +1.5 อาจน่าสนใจ เพราะไม่จำเป็นต้องชนะจริง เพียงไม่แพ้ขาดก็พอ
อีกเรื่องที่ควรดูคือบริบทของเกม เช่น ความสำคัญของแมตช์ โปรแกรมแข่งขัน ความพร้อมของตัวหลัก และแรงจูงใจของทั้งสองทีม บางเกมทีมต่อเหนือกว่าชัดเจน แต่ถ้าไม่มีความจำเป็นต้องเร่งยิงเพิ่ม หรือมีโปรแกรมหนักรออยู่ข้างหน้า โอกาสชนะขาดอาจลดลง ราคาลูกครึ่งจึงต้องดูทั้งคุณภาพทีมและภาพเกมที่น่าจะเกิดขึ้นร่วมกัน
แฮนดิแคป 1.5 เข้าใจง่ายเมื่อแยกทีมต่อทีมรองให้ชัด
แฮนดิแคป 1.5 คือ ราคาที่ดูง่ายขึ้นมากเมื่อแยกให้ชัดว่าทีมต่อกับทีมรองต้องการผลคนละแบบ ทีมต่อ -1.5 ต้องการชนะขาดตั้งแต่ 2 ลูกขึ้นไป ส่วนทีมรอง +1.5 ต้องการไม่แพ้ขาด หรือทำผลการแข่งขันให้อยู่ในระยะที่แต้มบวกช่วยได้
เมื่อต้องดูราคานี้ ให้เริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า ทีมต่อมีโอกาสชนะขาดจริงไหม หากคำตอบคือมีโอกาสสูง ฝั่งต่ออาจเข้ากับภาพเกม แต่ถ้ามองว่าทีมต่ออาจชนะแค่เฉือน หรือทีมรองมีโอกาสต้านได้ดี ฝั่งรอง +1.5 ก็อาจเป็นมุมที่น่าพิจารณา เมื่อเข้าใจหลักนี้แล้ว แฮนดิแคป 1.5 จะไม่ใช่ราคาที่ซับซ้อน และช่วยให้ดูผลเดิมพันได้ชัดเจนกว่าเดิม
